BLOG PERSONNEL
มวยไทย
วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556
LES REGLES DE LA BOXE THAIE
LES REGLES DE LA BOXE THAIE
Première règle : le tendis
En règle générale le ring doit répondre aux exigences suivantes.
La taille du ring recouvert est un carré de 6,10 mètres de côté tendais que les Cordes forment un carré de 7,30 mètres de côté.
Au sol ,on doit trouver une arène de sécurité, libre
de tout obstacle, le ring se trouve au moins 90 centimètres au-dessus. La
hauteur du ring ne doit avoir 1 mètre cinquantede large (58 pouces)
Le sol du ring doit être recouvert de tissu caoutchoute
ou de tout autre pas dépasser 2,5 centimètres ni
être
inférieure à 1 centimètre. Une toile tendue doit couvrir
tout le sol du ring. Les cordes : elles doivent être au nombre de quatre, avoir
une épaisseur d’au moins 3 centimètres (1,18 pouces) au minimum et 5
centimètres au maximum.
Anneaux Les coudes sont fixés respectivement à 45, 75,
105 et 135 centimètres du sol, enveloppe dans un matériau
souple et lisse .Les cordes sont reliées entre elles par un tissu adhésif
de 3 à 4 centimètres de large. Recouvert d’un tissu, de ne pas glisser. Le ring dispose de trios escaliers : deux dans les coins opposés pour les adversaires
et les entraîneurs;
le troisième, en coin également, pour l’arbitré et les médecins. Un boîte en plastique, au-dessus et au centre du ring, contient la caméra afin de
faciliter le travail de l’arbitre.
Deuxième règle : les Gants
Les gants utilisés lors de chaque match doivent avoir les
caractéristiques suivantes :
Les participants doivent utiliser des gants qui ont été certifiés
par le CONSEIL MONDIAL DE LA BOXE THAIE.
Description du gant. On doit boxer
avec modèles de 228 grammes (8 onces) pour les poids légers jusqu’à 122 livres allant
jusqu’ à dix onces (284 grammes) pour les welters de 147 livres et au-dessus. Les
mains sont recouvertes de tissu en quantité raisonnable, puis de gants. Les
gants sont noués sur la côte extérieure de la manchette, le personnel veille au
respect des règles.
Troisième règle : La Main du toile La main est recouverte d’un tissu
doux de 2,5 mètres delong sur 5 cm de large.
Quatrième règle : la Tenue
La tenue des adversaires.On doit porter seulement
un short allant jusqu’à la moitié du fémur, pas de rouge ni de caleçon, pas de chaussures rouges, roses ou pourpres.
On doit boxer en short bleu marine ou noir. Les cheveux hirsutes
ou la moustache peut être autorisée mais sans dépasser les lèvres. Les ongles doivent être coupés courts et lisses. Le tissu sacré ne peut être porté pendant le combat mais avant le match. Le tatouage peut être autorisé, mais il
doit être recouvré te nattière ment affine ne pas nuire à l’adversaire. Des chaînes, des bracelets et des montres ne sont pas autorisés. On ne doit utilise ni huile de Vaseline, de chauffage, de cire ou d’herbe.
Cinquième règle : la Catégorie et le classement
Les boxeurs sont classés par catégories de poids :
Mini-mouche 104 47,727
Mouche Junior 108 48,988
Mouche 112 50,802
Coq junior 115 52,163
Coq
118 53,524
Plume junior 122 55,338
Plume 126 57,153
Leger junior 130 58,967
Leger
135 61,235
Welter junior 140 63,503
Welter 147 66,638
Moyen junior 154 69,843
Moyen 160 71,575
Lourd Leger 175 79,379
Lourd 190 86,183
Super Lourd
Sixième règle : Le
Professeur et le Round
Avant le début du combat, les deux boxeurs
dansent
en hommage à leur professeur. C’est la tradition de la boxe thaïe.
en hommage à leur professeur. C’est la tradition de la boxe thaïe.
La musique est portée par des Clarinettes,
des cymbales et des tambours. Les rounds font 3 minutes.
Septième règle : le Boxeur
Le boxeur doit avoir plus de 14
ans et peser plus de 100 livres selon les règles du Conseil Mondial de la boxe
Thaï.
Huitième règle : le Comité
Les juges doivent avoir au
moins 25 ans, et être certifiés
par le Conseil Mondial de la Boxe thaïe.
Neuvième règle : l ’Arbitre
L’ARBITRE ne peut utiliser que 3 mots : STOP , SPLIT ,PUNCH
STOP lorsqu’ il veut faire cesser le combat
SPLIT lorsqu’ il ’donne aux boxeurs de se
séparer
PUNCH lorsqu’ il donne l’ordre de reprendre le combat.
กฎกติกา มวยไทย
กติกาข้อที่ 1 " สังเวียน "
ในการแข่งขันทั่ว ๆ ไป สังเวียนต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้
ขนาด สังเวียนต้องเย็บมุมสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเลิก ด้านละ 20 ฟุต (6.10 เมตร) และขนาดใหญ่ ด้านละ 24 ฟุต (7.30 เมตร) ซึ่งวัดภายในของเชือก
พื้นและมุม พื้นสังเวียนต้องสร้างให้ปลอดภัย และได้ระดับปราศจากสิ่งกีดขวางใด ๆ และต้องยื่นออกไปนอกเชือก อย่างน้อย 90 ซม. (36 นิ้ว) พื้นสังเวียนต้องอยู่สูงจากพื้นอาคารไม่ต่ำกว่า 4 ฟุต และสูงไม่เกิน 5 ฟุต ตั้งเสาขนาด 4-5 นิ้ว สูงขึ้นไปจากพื้นเวที 58 นิ้ว มุมทั้งสี่ต้องหุ้มนวมให้เรียบร้อยหรือจะทำอย่างใดที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายแก่นักมวย
การปูพื้นสังเวียน พื้นสังเวียนต้องปูด้วย ยาง ผ้าอย่างอ่อน เสื่อฟางอัด ไม้ก๊อกอัดหรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม หนาไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว และไม่หนากว่า 1? นิ้ว และปูทับด้วยผ้าใบให้ตึงและมิดชิดคลุมพื้นสังเวียนทั้งหมด
เชือก ต้องมีเชือก 4 เส้น มีความหนาอย่างน้อย 3 ซม. (1.18 นิ้ว) อย่างมาก 5 ซม. (1.97 นิ้ว) ขึงตึงกับเสามุมทั้งสี่ของสังเวียน สูงจากฟื้นสังเวียนขึ้นไปถึง ด้านบนของเชือก 45 ซม. (18 นิ้ว) 75 ซม. (30 นิ้ว) 105 ซม. (42 นิ้ว) และ 135 ซม. (54 นิ้ว) ตามลำดับเชือกต้องหุ้มด้วยวัสดุที่อ่อนนุ่มและเรียบ เชือกแต่ละด้านของสังเวียนต้องผูกยึดกันด้วยผ้าเหนียว 2 ชิ้น ซึ่งมีขนาดกว้าง 3 – 4 ซม. (1.2 – 1.6 นิ้ว) ให้มีระยะห่างเท่า ๆ กัน และผ้าที่ผูกนั้นต้อง ไม่เลื่อนไปตามเชือก
บันได สังเวียนต้องมีบันได 3 บันได มีขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 3 ? ฟุต สองบันไดต้องอยู่ที่มุมตรงข้ามสำหรับผู้เข้าแข่งขันและพี่เลี้ยง ส่วนอีกบันไดหนึ่ง ให้อยู่ที่มุม กว้าง สำหรับผู้ชี้ขาดและแพทย์
กล่องพลาสติก ที่มุมกลางทั้งสองมุมนอกสังเวียน ให้ติดกล่องพลาสติกมุมละ 1 กล่อง เพื่อให้ผู้ชี้ขาดทิ้งสำลี หรือกระดาษที่ใช้ซับเลือก
กติกาข้อที่ 2" นวม "
นวมที่ใช้ในการแข่งขันแต่ละครั้ง ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
นวมที่ใช้ในการแข่งขัน ผู้แข่งขันต้องใช้นวมที่ได้รับการรับรองจากสภามวยไทยโลก ซึ่งคณะกรรมการจัดการแข่งขันจัดไว้ให้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้แข่งขัน ใช้นวมของตัวเอง
รายละเอียดของนวม นักมวยตั้งแต่รุ่นเล็กถึงรุ่นน้ำหนัก 122 ปอนด์ ใช้นวมขนาด 8 ออนซ์ ( กรัม) นักมวยรุ่นสูงกว่า 122 ปอนด์ ถึงรุ่นน้ำหนัก 147 ปอนด์ ใช้นวมขนาด 10 ออนซ์ (284 กรัม) ส่วนที่เป็นหนังต้องหนักไม่เกินครึ่งหนึ่งของน้ำหนักนวมทั้งขนาดและไส้นวมต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของน้ำหนัก นวมทั้งหมด ไส้นวมต้องไม่เปลี่ยนรูปหรือถูกบดขยี้ให้กระจายไปจากรูปเดิม ต้องผูกเชือกนวมให้ปมเชือกอยู่ด้านนอกหลังข้อมือของนวม ให้ใช้นามที่สะอาด และให้การได้เท่านั้น
การตรวจผ้าพันมือและการสวมนวม ทั้งนวมและผ้าพันมือจะต้องเหมาะสม อยู่ภายใต้การตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตรวจนวม เจ้าหน้าที่จะต้องคอยดูแลเพื่อให้แน่ใจว่า นักมวยปฏิบัติถูกต้องตามกติกาทุกอย่าง จนกระทั่งนักมวยขึ้นสู่เวที
กติกาข้อที่ 3" ผ้าพันมือ "
ให้ใช้ผ้าพันมืออย่างอ่อนยาวข้างละไม่เกิน 6 เมตร กว้างไม่เกิน 5 ซม. ผ้าพันมือชนิดอื่นใช้ไม่ได้ แถบกาวยางหรือพลาสเตอร์ทุกชนิด เป็นผ้าพันมือไม่ได้เด็ดขาด อาจใช้ พลาสเตอร์ยางไม่เกิน 2.5 เมตร กว่าง 2.5 ซม. ข้างละ 1 เส้น ปิดทับข้อมือหรือหลังมือห้ามพันทับสันหมัด
กติกาข้อที่ 4 " เครื่องแต่งกาย "
ก. การแต่งกายของผู้เข้าแข่งขัน
ต้องสวมกางเกงขาสั้นเพียงครึ่งโคนขาให้เรียบร้อยไม่สวมเสื้อและรองเท้านักมวยมุมแดงให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาวที่มีแถบแดงคาด นักมวยมุมน้ำเงินใช้กางเกงสีน้ำเงิน และสีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง และต้องสวมเสื้อคลุมตามข้อบังคับสภาพมวยไทยโลก
ต้องสวมกระจับที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงทนทาน และได้รับการรับรองจากสภามวยไทยโลกเมื่อถูกตีด้วยเข่าหรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่นตรงบริเวณ อวัยวะเพศจะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย
ห้ามไว้ผมยาวรุงรัง และห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้แต่ต้องยาวไม่เกินริมฝีหาก เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบและสั้น
ต้องสวมมงคลผ้าประเจียด หรือรัดเกล้า เฉพาะเวลาร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำการแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาตให้ผูกที่โคนแขน หรือเอว แต่ต้องหุ้มผ้าให้มิดชิดเรียบร้อย เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่คู่แข่งขัน
อนุญาตให้ใช้ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามมิให้เลื่อนปลอกรัดขึ้นไปเป็นสนับแข้งหรือม้วนพับลงมา และห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า
ห้ามใช้เข็มขัดหรือสิ่งที่เป็นโลหะ สร้อย ฯลฯ
ห้ามใช้น้ำมันวาสลิน น้ำมันร้อน ไขหรือสมุนไพร หรือสิ่งอื่นที่ทำให้คู่แข่งขันเสียเปรียบหรือเป็นที่น่ารังเกียจทาร่างกายหรือนวม
ฟันยาง ผู้แข่งขันต้องใส่ฟันยาง
กติกาข้อที่ 5 " การจำแนกรุ่นและการชั่งน้ำหนัก "
ก. การจำแนกรุ่น และน้ำหนักที่ใช้ในการแข่งขัน
รุ่นมินิฟลายเวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 104 ปอนด์ (47.727 กก.)
รุ่นจูเนียร์ฟลายเวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 108 ปอนด์ (48.988 กก.)
รุ่นฟลายเวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 112 ปอนด์ (50.802 กก.)
รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 115 ปอนด์ (52.163 กก.)
รุ่นแบนตั้มเวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 118 ปอนด์ (53.524 กก.)
รุ่นจูเนียร์เฟเธอร์เวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 122 ปอนด์ (55.338 กก.)
รุ่นเฟเธอร์เวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 126 ปอนด์ (57.153 กก.)
รุ่นจูเนียร์ไลท์เวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 130 ปอนด์ (58.967 กก.)
รุ่นไลท์เวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 135 ปอนด์ (61.235 กก.)
รุ่นจูเนียร์เวลเตอร์เวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 140 ปอนด์ (63.503 กก.)
รุ่นเวลเตอร์เวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 147 ปอนด์ (66.638 กก.)
รุ่นจูเนียร์มิดเดิลเวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 154 ปอนด์ (69.843 กก.)
รุ่นมิดเดิลเวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 160 ปอนด์ (71.575 กก.)
รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 175 ปอนด์ (79.379 กก.)
รุ่นครุยเซอร์เวท น้ำหนักอย่างมากไม่เกิน 190 ปอนด์ (86.183 กก.)
รุ่นเฮฟวี่เวท น้ำหนักเกิน 190 ปอนด์ขึ้นไป (86.183 กก. ขึ้นไป)
กติกาข้อที่ 6" การไหว้ครูและจำนวนยก "
ก่อนเริ่มการแข่งขันในยกแรก นักมวยทั้งคู่ต้องร่ายรำไหว้ครูตามประเพณี และถูกต้องตามรูปแบบมวยไทย โดยมีดนตรีประกอบ คือ ปี่ชวา ฉิ่งจับหวังหวะ และกลองแขก เมื่อร่ายรำไหว้ครูเสร็จแล้ว จึงให้เริ่มการแข่งขันในการแข่งขัน ให้แข่งยัน 5 ยก ยกละ 3 นาที หยุดพักระหว่างยก 2 นาที การหยุดการแข่งขันเพื่อตำหนิโทษ เตือน จัดเครื่องแต่งกาย หรืออุปกรณ์ของนักมวย ให้เรียบร้อย หรือด้วยเหตุอื่น ๆ ไม่นับรวมอยู่ใน 3 นาที
กติกาข้อที่ 7" นักมวย "
นักมวยต้องมีคุณสมบัติดังนี้ อายุไม่ต่ำกว่า 14 ปี บริบูรณ์น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 100 ปอนด์ต้องไม่เป็นที่ต้องห้ามตามที่ระบุไว้ในคู่มือแพทย์ของสภามวยไทยโลก
กติกาข้อที่ 8 " คณะกรรมการ "
คุณสมบัติของผู้ชี้ขาด และผู้ตัดสินต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ ต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการสภาพมวยไทยโลก
กติกาข้อที่ 9 " ผู้ชี้ขาด "
ผู้ชี้ขาด ต้องใช้คำสั่ง 3 คำ คือ
”หยุด” เมื่อสั่งให้นักมวยหยุดชก
”แยก” เมื่อสั่งให้นักมวยแยกออกจากการกอดรัด
”ชก” เมื่อสั่งให้นักมวยชกต่อไป
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)








.jpg)